
ปี 2569 กับโจทย์ใหม่ของงานออกแบบโซลาร์เซลล์
ปี 2569 เป็นช่วงเวลาที่งานออกแบบและติดตั้งโซลาร์เซลล์ในประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจาก
“ติดตั้งให้ใช้งานได้” → “ออกแบบให้ปลอดภัยตามมาตรฐานระยะยาว”
สำหรับวิศวกรและผู้รับเหมา ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่กำลังผลิต (kWp) เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่รวมถึง
-
ความปลอดภัยของระบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC)
-
การรองรับมาตรฐาน มอก. และแนวปฏิบัติสากล
-
ความเสี่ยงในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้ การเข้าซ่อมบำรุง หรือเหตุฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่ภายนอก
1️⃣ มาตรฐาน มอก. ใหม่: ผลกระทบโดยตรงต่อการออกแบบระบบ DC
การเตรียมบังคับใช้ มาตรฐาน มอก. สำหรับแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ในปี 2569 ส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบระบบในหลายมิติ เช่น
-
การเลือกอุปกรณ์ DC ที่ผ่านการรับรอง
-
การจัดวางอุปกรณ์ตัดต่อไฟฟ้า
-
การจำกัดความเสี่ยงจากแรงดันไฟฟ้า DC บนหลังคา
ในเชิงวิศวกรรม ปัญหาหลักของระบบโซลาร์รูฟท็อปคือ
แรงดัน DC จากแผงยังคงอยู่ แม้ตัด AC ที่อินเวอร์เตอร์แล้ว
ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการนำแนวคิด Rapid Shutdown เข้ามาใช้
2️⃣ เทคโนโลยีแผงประสิทธิภาพสูง = แรงดัน DC ที่ต้องควบคุมให้ดีขึ้น
แนวโน้มแผง Perovskite/Silicon Tandem Cell (~31%) และการออกแบบ string ที่ยาวขึ้น
ส่งผลให้
-
Voltage ต่อ string สูงขึ้น
-
DC Arc Fault และความเสี่ยงจากไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
-
การเข้าถึงหลังคาในเหตุฉุกเฉินมีความเสี่ยงมากกว่าเดิม
ดังนั้น การออกแบบระบบในปี 2569 ไม่สามารถพึ่งพาแค่
-
DC Isolator
-
Inverter Shutdown
ได้เพียงอย่างเดียว
3️⃣ Rapid Shutdown: จากแนวปฏิบัติสากลสู่มาตรฐานที่วิศวกรต้องเข้าใจ
แนวคิดทางวิศวกรรม
Rapid Shutdown คือระบบที่ทำให้แรงดันไฟฟ้า DC บริเวณแผงหรือใกล้แผง
ลดลงเหลือระดับปลอดภัย (≤30–80V แล้วแต่มาตรฐานอ้างอิง)
ภายในเวลาสั้น เมื่อมีการสั่งหยุดระบบ
แนวคิดนี้สอดคล้องกับ
-
NEC 690.12
-
แนวทาง Firefighter Safety
-
การประเมินความเสี่ยง DC Arc
การประยุกต์ใช้งานจริง
อุปกรณ์ Rapid Shutdown รุ่นใหม่ เช่นจาก Projoy
มักถูกออกแบบให้
-
ติดตั้งระดับ Module หรือ String
-
ทำงานอัตโนมัติเมื่อ AC หาย หรือมีสัญญาณ Shutdown
-
ลดแรงดัน DC บนหลังคาโดยไม่ต้องพึ่งการเข้าถึงอินเวอร์เตอร์
สำหรับผู้รับเหมา สิ่งนี้ช่วย
-
ลดความเสี่ยงด้านความรับผิด (Liability)
-
เพิ่มความน่าเชื่อถือในงานราชการ/โครงการขนาดใหญ่
-
รองรับข้อกำหนดในอนาคตโดยไม่ต้องแก้ระบบใหม่
4️⃣ การออกแบบระบบโซลาร์ปี 2569 ที่แนะนำ (เชิงวิศวกรรม)
แนวคิดการออกแบบที่เริ่มพบมากขึ้นในปี 2569 ได้แก่
-
แยกโซน DC ชัดเจน (Panel Zone / Inverter Zone)
-
ใช้ Rapid Shutdown ใกล้แผงมากที่สุด
-
ลดความยาวสาย DC ที่มีแรงดันสูงบนหลังคา
-
วางตำแหน่งอุปกรณ์ให้เจ้าหน้าที่ภายนอกเข้าใจง่าย
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ “สเปกเพิ่ม”
แต่เป็น Risk Mitigation Design ที่สอดคล้องกับทิศทางมาตรฐาน
5️⃣ ราคาโซลาร์ลดลง แต่ต้นทุนความเสี่ยงไม่ควรถูกลดตาม
แม้ราคาติดตั้งในปี 2569 จะอยู่ในช่วง
-
5 kWp ~ 150,000 บาท
-
10 kWp + BESS ~ 400,000 บาท
แต่สำหรับวิศวกรและผู้รับเหมา
ต้นทุนที่แท้จริงของระบบ ไม่ได้อยู่แค่ค่าอุปกรณ์ แต่รวมถึงความเสี่ยงระยะยาว
การออกแบบระบบที่มีแนวคิด Rapid Shutdown ตั้งแต่ต้น
ช่วยลดต้นทุนแฝงในอนาคต เช่น
-
การแก้แบบ
-
การเคลมประกัน
-
ความเสี่ยงทางกฎหมาย
โซลาร์เซลล์ปี 2569 คือการก้าวสู่ยุคที่
-
มาตรฐาน มอก.
-
เทคโนโลยีแผงประสิทธิภาพสูง
-
และแนวคิดความปลอดภัยระดับสากล
ต้องถูกบูรณาการเข้าด้วยกันตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ
Rapid Shutdown ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์เสริม
แต่เป็น องค์ประกอบเชิงระบบ (System Safety Component)
ที่ช่วยให้โครงการโซลาร์ในประเทศไทย
ปลอดภัย ตรวจสอบได้ และพร้อมต่อมาตรฐานในอนาคต
WS Energy
“Connects International Innovation With Local Execution “
